1. Website Planet
  2. >
  3. บล็อก
  4. >
  5. เทมเพลตนโยบายความเป็นส่วนตัว – ตามข้อกำหนดของ GDPR

เทมเพลตนโยบายความเป็นส่วนตัว – ตามข้อกำหนดของ GDPR

เกวน ร็อดเจอร์
เกวน ร็อดเจอร์
279
06 พฤศจิกายน 2019

บางครั้งเมื่อสร้างเว็บไซต์ของคุณ คุณอาจลืม “สิ่งเล็ก ๆ ” เช่นนโยบายความเป็นส่วนตัว คุณอาจมัวแต่สนใจสีสันและแถบนำทางจนลืมใส่หน้า “เล็ก ๆ ” เหล่านั้นลงไปด้วย อย่างไรก็ตามเมื่อ EU ผ่านกฎหมายGeneral Protection Regulation (GDPR)  ซึ่งเป็นกฎหมายที่ว่าด้วยนโยบายด้านข้อมูลส่วนบุคคลออนไลน์โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากผู้ชมเป้าหมายของคุณอยู่ในประเทศในสหภาพยุโรปอย่างน้อยหนึ่งประเทศ

ลองใช้เวลาสักครู่ทำความรู้จักกับนโยบายความเป็นส่วนตัวออนไลน์

เว็บไซต์ของฉันต้องมีนโยบายความเป็นส่วนตัวหรือเปล่า

หากเว็บไซตต์ของคุณจัดเก็บข้อมูลการเข้าชมจจากผู้ใช้ แสดงโฆษณาและ/หรือติดตามผู้เข้าชม ใช่ เว็บไซต์ของคุณจำเป็นต้องมีนโยบายความเป็นส่วนตัว

หากธุรกิจของคุณตั้งอยู่ในกลุ่มประเทศยุโรปและ/หรือวางแผนที่จะทำธุรกิจกับลูกค้าที่มาจากประเทศยุโรป ไม่เพียงแต่คคุณต้องมีนโยบายความเป็นส่วนตัวเท่านั้นแต่มันยังต้องเป็นไปตามตามข้อกำหนดของ GDPR

นโยบายความเป็นส่วนตัวต้องมีอะไรบ้าง

นโยบายความเป็นส่วนตัวชองคคุณจะต้องอธิบาย 3 สิ่งสำคัญต่อไปนี้:

  1. ข้อมูลประเภทไหนที่คุณจัดเก็บ
  2. ข้อมูลเหล่านี้จะถูกจัดเก็บอย่างไร
  3. ข้อมูลเหล่านี้จะถูกจะเก็บไว้ที่ไหนและปกป้องอย่างไร

ตามทมีประเภทข้อมูลกี่ประเภทที่สามารถจัดเก็บได้

ใช่ นโยบานส่วนบุคคลนั้นมีความแตกต่างระหว่างข้อมูลที่สามารถระบุตัวตนได้และข้อมูลที่ไม่ใช่ข้อมูลส่วนบุคคล

ข้อมูลของ National Institute of Standards and Technology ได้ให้ความหมายถึงคำว่า “ข้อมูลที่สามารถระบุตัวตนได้” เอาไว้ว่า:

“ข้อมูลใดก็ตามของบุคคลที่ถูกเก็บรักษาเอาไว้โดยบริษัท (1) ข้อมูลใดก็ตามที่สามารถระบุหรือติดตามบุคคล เช่น ชื่อ หมายเลขบัตรประชาชน วันเดือนปีเกิด ชื่อกลางของแม่หรือประวัติไบโอเมตริกซ์และ (2) ข้อมูลอื่น ๆ ที่สามารถเชื่อมต่อไปยังบุคคล เช่น ประวัติการรักษา ประวัติการศึกษา ประวัติการเงินและประวัติการจ้างงาน”

ในขณะที่ “ข้อมูลที่ไม่ใช่ข้อมูลส่วนบุคคล” ได้อธิบายไว้ว่า:

“ข้อมูลใดก็ตามที่เกี่ยวข้องบุคคล บัญชีหรือโปรไฟล์ แต่ไม่เพียงพอที่จะระบุ ติดต่อหรือบ่งบอกตำแหน่งบุคคลเหล่านั้นได้”

หากฉันไม่แสดงนโยบายส่วนบุคคลในเว็บไซต์ของฉัน มันจะมีปัญหาอะไรตามมาหรือเปล่า

มี

เป็นความผิดที่ต้องโทษในการรวบรวมข้อมูลโดยที่ผู้ใช้ไม่รู้ คุณจะต้องระบุให้แน่ชัดว่าข้อมูลประเภทไทนที่คุณจัดเก็บและต้องมีการอัพเดทนโยบายส่วนบุคคลของคุณเป็นประจำหากมีการเปลี่ยนแปลง หากคุณไม่ทำเช่นนั้น คุณจะถูกปรับ 20 ล้านยูโรหรือ 4% ของรายได้จากทั่วโลกของคุณ

เทมเพลตนโยบายความเป็นส่วนตัว – ตามข้อกำหนดของ GDPR

ที่ WebsitePlanet.com เราต้องการช่วยคุณในการเริ่มต้นใช้งานและหวังว่าคุณจะประหยัดค่าใช้จ่ายด้านกฎหมาย ดังนั้นเราจึงได้เตรียมนโยบายส่วนบุคคลตัวอย่างต่อไปนี้ไว้ คุณสามารถดาวน์โหลด ปรับเปลี่ยน ใช้บนเว็บไซต์ของคุณและแบ่งปันกับเพื่อนและเพื่อนร่วมงานของคุณ

ตรวจสอบให้แน่ใจว่าได้แก้ไขส่วนที่ปรากฏในเครื่องหมายวงเล็บ {… } ซึ่งคุณต้องแก้ไขตัวอย่างเพื่อให้ตรงกับข้อมูลเฉพาะของเว็บไซต์ของคุณ

เราเป็นคนดีแต่เราไม่ใช่นักกฎหมายและนี่ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมาย นโยบายความเป็นส่วนตัวตัวอย่างนี้เป็นจุดเริ่มต้นและกรอบการทำงานสำหรับคุณเพื่อใช้ร่วมกับคำแนะนำและการปรับเปลี่ยนจากที่ปรึกษาด้านกฎหมายที่มีคุณสมบัติและมีประสบการณ์

นี้เป็นตัวอย่างนโยบายด้านข้อมูลส่วนบุคคลที่คุณสามารถปรับเปลี่ยนและใช้เพื่อให้เหมาะกับความต้องการเฉพาะของ บริษัท ของคุณได้ – โปรดปรึกษากับที่ปรึกษาด้านกฎหมายที่มีประสบการณ์:

ก. บทนำ

  1. ความเป็นส่วนตัวของผู้เข้าชมเว็บไซต์เป็นสิ่งที่สำคัญกับเรามากและเราก็ตั้งใจรักษาความเป็นส่วนตัวของพวกเขา นโยบายนี้จะอธิบายว่าเราจะนำข้อมูลส่วนบุคคลของคุณไปทำอะไรบ้าง
  2. การที่คุณยินยอมเกี่ยวกับการใช้คุกกี้ของเราซึ่งเป็นไปตามข้อกำหนดของนโยบายนี้ในครั้งแรกที่คุณเข้าชมเว็บไซต์จะเป็นการอนุญาตให้เราใช้คุกกี้ทุก ๆครั้งที่คุณเข้าชมเว็บไซต์ของเรา

ข. เครดิต
เอกสารนี้สร้างขึ้นโดยใช้แม่แบบจาก SEQ Legal (seqlegal.com)
และแก้ไขโดย Website Planet (www.websiteplanet.com)

ค. การรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล

ข้อมูลส่วนบุคคลประเภทต่อไปนี้อาจถูกรวบรวม จัดเก็บ และนำไปใช้งาน:

  1. ข้อมูลเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ของคุณรวมถึง IP address ที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ ประเภทและเวอร์ชั่นของเบราว์เซอร์ และระบบปฏิบัติการ
  2. ข้อมูลเกี่ยวกับการเข้าชมและการใช้งานเว็บไซต์นี้รวมถึงแหล่งอ้างอิงความยาวของการเข้าชมการดูหน้าเว็บและเส้นทางการนำทางเว็บไซต์
  3. ข้อมูล เช่น ที่อยู่อีเมลของคุณที่คุณกรอกเมื่อคุณลงทะเบียนกับเว็บไซต์ของเรา
  4. ข้อมูลที่คุณกรอกเมื่อคุณสร้างโปรไฟล์บนเว็บไซต์ของเรา – เช่น ชื่อ รูปภาพโปรไฟล์ เพศ วันเกิด สถานะความสัมพันธ์ ความสนใจและงานอดิเรก รายละเอียดเกี่ยวกับการศึกษาและรายละเอียดเกี่ยวกับการทำงาน
  5. ข้อมูล เช่น ที่อยู่อีเมลของคุณที่คุณกรอกเพื่อสมัครสมาชิกสำหรับรับอีเมลและจดหมายข่าวของเรา
  6. ข้อมูลที่คุณกรอกระหว่างการใช้บริการเว็บไซต์ของเรา
  7. ข้อมูลที่สร้างขึ้นขณะใช้งานเว็บไซต์ของเรารวมถึงเวลาที่ใช้ ความถี่ในการใช้งานและสถานการณ์ที่คุณใช้งาน
  8. ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับสิ่งที่คุณซื้อ บริการที่คุณใช้ หรือธุรกรรมที่คุณทำผ่านเว็บไซต์ของเรา ซึ่งรวมถึงชื่อ ที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์ ที่อยู่อีเมลและรายละเอียดบัตรเครดิต
  9. ข้อมูลที่คุณโพสต์ในเว็บไซต์ของเราโดยมีเจตนาที่จะเผยแพร่บนอินเทอร์เน็ตซึ่งรวมถึง ชื่อผู้ใช้ รูปภาพโปรไฟล์ และเนื้อหาของโพสต์ของคุณ
  10. ข้อมูลที่มีอยู่ในการสื่อสารใด ๆ ที่คุณส่งถึงเราทางอีเมลหรือผ่านเว็บไซต์ของเรารวมถึงเนื้อหาการสื่อสารและข้อมูลเมตา
  11. ข้อมูลส่วนบุคคลอื่น ๆ ที่คุณส่งถึงเรา

ก่อนที่คุณจะเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลอื่นแก่เรา คุณต้องได้รับความยินยอมจากบุคคลนั้นทั้งในการเปิดเผยและการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตามนโยบายนี้

ง. การใช้งานข้อมูลส่วนบุคคลของคุณ

ข้อมูลส่วนบุคคลที่ส่งถึงเราผ่านเว็บไซต์ของเราจะถูกใช้ตามวัตถุประสงค์ที่ระบุไว้ในนโยบายนี้หรือในหน้าเว็บที่เกี่ยวข้องบนเว็บไซต์ เราอาจใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของคุณในกรณีต่อไปนี้:

  1. ดูแลเว็บไซต์และธุรกิจของเรา
  2. ปรับปรุงเว็บไซต์ของเราให้เหมาะกับคุณ
  3. ทำให้คุณสามารถใช้บริการที่มีอยู่บนเว็บไซต์ของเราได้
  4. ส่งสินค้าที่คุณซื้อผ่านเว็บไซต์ของเรา
  5. จัดหาบริการที่ซื้อผ่านเว็บไซต์ของเรา
  6. จัดส่งใบแจ้งยอด ใบแจ้งหนี้ และการแจ้งเตือนการชำระเงินถึงคุณและเก็บเงินจากคุณ
  7. ส่งการสื่อสารทางการค้าที่ไม่เกี่ยวกับการตลาดให้คุณ
  8. ส่งการแจ้งเตือนทางอีเมลที่คุณขอโดยเฉพาะ
  9. ส่งจดหมายข่าวทางอีเมลของเราถึงคุณหากคุณขอ (คุณสามารถแจ้งให้เราทราบได้ตลอดเวลาหากคุณไม่ต้องการจดหมายข่าวแล้ว)
  10. ส่งการสื่อสารการตลาดที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของเราหรือธุรกิจของบุคคลที่สามที่ได้รับการคัดเลือกอย่างรอบคอบซึ่งเราคิดว่าคุณอาจสนใจผ่านทางไปรษณีย์ ซึ่งคุณได้ตกลงเป็นพิเศษในกรณีนี้ ทางอีเมล หรือเทคโนโลยีที่คล้ายคลึงกัน (คุณสามารถแจ้งเราได้ตลอดเวลาหากคุณไม่ต้องการการสื่อสารการตลาดแล้ว)
  11. การให้ข้อมูลทางสถิติแก่บุคคลที่สามเกี่ยวกับผู้ใช้ของเรา (แต่บุคคลที่สามเหล่านั้นจะไม่สามารถระบุผู้ใช้รายบุคคลจากข้อมูลนั้นได้)
  12. การจัดการกับข้อสงสัยและข้อร้องเรียนจากคุณหรือเกี่ยวกับคุณที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์ของเรา
  13. รักษาเว็บไซต์ของเราให้ปลอดภัยและป้องกันการฉ้อโกง
  14. ตรวจสอบการปฏิบัติตามข้อกำหนดและเงื่อนไขที่ควบคุมการใช้งานเว็บไซต์ของเรา (รวมถึงการตรวจสอบข้อความส่วนตัวที่ส่งผ่านบริการส่งข้อความส่วนตัวบนเว็บไซต์ของเรา) และ
  15. การใช้งานอื่น ๆ

หากคุณส่งข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อการเผยแพร่บนเว็บไซต์ของเรา เราจะเผยแพร่และใช้ข้อมูลนั้นตามสัญญาอนุญาตที่คุณให้แก่เรา

การตั้งค่าความเป็นส่วนตัวของคุณสามารถใช้เพื่อจำกัดการเผยแพร่ข้อมูลของคุณบนเว็บไซต์ของเราและสามารถปรับได้โดยใช้การควบคุมความเป็นส่วนตัวบนเว็บไซต์

เราจะไม่ส่งข้อมูลส่วนบุคคลของคุณไปยังบุคคลที่สามเพื่อการทำการตลาดทางตรงของพวกเขาและของบุคคลที่สามรายอื่น ๆ โดยปราศจากความยินยอมของคุณ

จ. การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล

เราอาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของคุณให้กับพนักงาน เจ้าหน้าที่ บริษัทประกัน ที่ปรึกษามืออาชีพ ตัวแทน ซัพพลายเออร์ หรือผู้รับเหมาช่วง ตามความจำเป็นอย่างสมเหตุสมผลตามวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ในนโยบายนี้

เราอาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของคุณให้กับบริษัทในเครือของเรา (ซึ่งหมายถึงบริษัทย่อยของเรา บริษัทโฮลดิ้งของเราและบริษัทย่อยของบริษัทโฮลดิ้งทั้งหมด) ตามความจำเป็นอย่างสมเหตุสมผลตามวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ในนโยบายนี้

เราอาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของคุณ:

  1. เท่าที่เราจะต้องทำตามกฎหมาย
  2. ซึ่งเกี่ยวข้องกับการดำเนินคดีทางกฎหมายที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องหรือคาดว่าจะเกิด
  3. เพื่อสร้าง ใช้ หรือปกป้องสิทธิ์ทางกฎหมายของเรา (รวมถึงการให้ข้อมูลแก่ผู้อื่นเพื่อวัตถุประสงค์ในการป้องกันการฉ้อโกงและลดความเสี่ยงด้านเครดิต)
  4. แก่ผู้ซื้อ (หรือผู้ซื้อในอนาคต) ของธุรกิจหรือทรัพย์สินใด ๆ ที่เรา (หรือกำลังพิจารณา) ขาย และ
  5. แก่บุคคลใดก็ตามที่เราเชื่ออย่างสมเหตุสมผลว่าอาจนำไปใช้กับศาลหรือหน่วยงานที่มีอำนาจอื่น ๆ ในการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลนั้น ในกรณีที่เราเห็นควรว่าศาลหรือหน่วยงานดังกล่าวมีแนวโน้มที่จะมีคำสั่งให้เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลนั้น

เราจะไม่เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของคุณแก่บุคคลที่สามยกเว้นตามที่ระบุไว้ในนโยบายนี้

ฉ. การถ่ายโอนข้อมูลระหว่างประเทศ

  1. ข้อมูลที่เรารวบรวมอาจถูกจัดเก็บ ประมวลผล และถ่ายโอนระหว่างประเทศไปยังประเทศใด ๆ ที่เรามีการดำเนินธุรกิจ เพื่อให้เราสามารถใช้ข้อมูลตามนโยบายนี้ได้
  2. ข้อมูลที่เราเก็บรวบรวมอาจถูกถ่ายโอนไปยังประเทศต่อไปนี้ซึ่งไม่มีกฎหมายคุ้มครองข้อมูลเทียบเท่ากับที่บังคับใช้ในเขตเศรษฐกิจยุโรป: สหรัฐอเมริกา รัสเซีย ญี่ปุ่น จีน และอินเดีย
  3. ข้อมูลส่วนบุคคลที่คุณเผยแพร่บนเว็บไซต์ของเราหรือส่งเพื่อเผยแพร่บนเว็บไซต์ของเราสามารดูได้ผ่านทางอินเทอร์เน็ตทั่วโลก เราไม่สามารถป้องกันการใช้หรือการใช้ข้อมูลดังกล่าวในทางที่ผิดโดยผู้อื่น
  4. คุณตกลงอย่างชัดเจนต่อการถ่ายโอนข้อมูลส่วนบุคคลที่อธิบายไว้ในส่วน ฉ

ช. การเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล

  1. มาตรา ช. นี้กำหนดนโยบายและขั้นตอนการเก็บรักษาข้อมูลของเราซึ่งได้รับการออกแบบมาเพื่อช่วยให้มั่นใจว่าเราปฏิบัติตามภาระผูกพันทางกฎหมายของเราเกี่ยวกับการเก็บและลบข้อมูลส่วนบุคคล
  2. ข้อมูลส่วนบุคคลที่เราดำเนินการเพื่อวัตถุประสงค์ใด ๆ จะไม่ถูกเก็บไว้นานเกินความจำเป็นสำหรับวัตถุประสงค์เหล่านั้น
  3. โดยปกติแล้วเรามักจะลบข้อมูลส่วนบุคคลที่อยู่ในหมวดหมู่ที่กำหนดไว้ด้านล่างตามวันที่ / เวลาที่กำหนดไว้ด้านล่าง ทั้งนี้ต้องไม่กระทบต่อมาตรา ช-2:
    1. ประเภทข้อมูลส่วนบุคคลจะถูกลบ {กรอกวัน/เวลา}; และ
    2. {กรอกวัน/เวลาเพิ่มเติม}
  4. แม้จะมีบทบัญญัติอื่น ๆ ของมาตรา G นี้เราจะเก็บรักษาเอกสาร (รวมถึงเอกสารอิเล็กทรอนิกส์) ที่มีข้อมูลส่วนบุคคล:
    1. เท่าที่เราจะต้องทำตามกฎหมาย;
    2. หากเราเชื่อว่าเอกสารอาจเกี่ยวข้องกับการดำเนินคดีทางกฎหมายใด ๆ ที่กำลังดำเนินอยู่หรือที่คาดว่าจะเกิดขึ้นและเพื่อสร้าง ใช้
    3. หรือปกป้องสิทธิ์ทางกฎหมายของเรา (รวมถึงการให้ข้อมูลแก่ผู้อื่นเพื่อวัตถุประสงค์ในการป้องกันการฉ้อโกงและลดความเสี่ยงด้านเครดิต)

ซ. ความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลของคุณ

  1. เราจะทำการป้องกันทางเทคนิคและองค์กรอย่างเหมาะสมเพื่อป้องกันข้อมูลส่วนบุคคลของคุณสูญหาย การนำไปข้อมูลส่วนบุคคลของคุณไปใช้ในทางที่ผิด หรือการเปลี่ยนแปลงข้อมูลส่วนบุคคลของคุณ
  2. เราจะจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลทั้งหมดที่คุณให้ไว้ในเซิร์ฟเวอร์ที่ปลอดภัย (ป้องกันด้วยรหัสผ่านและไฟร์วอลล์)
  3. ธุรกรรมทางการเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมดที่เข้าสู่เว็บไซต์ของเราจะได้รับการปกป้องโดยเทคโนโลยีการเข้ารหัส
  4. คุณรับทราบว่าการส่งข้อมูลทางอินเทอร์เน็ตนั้นไม่ปลอดภัยและเราไม่สามารถรับประกันความปลอดภัยของข้อมูลที่ส่งผ่านอินเทอร์เน็ตได้
  5. คุณมีหน้าที่รับผิดชอบในการรักษารหัสผ่านที่คุณใช้ในการเข้าเว็บไซต์ของเราให้เป็นความลับ เราจะไม่ถามรหัสผ่านของคุณ (ยกเว้นเมื่อคุณเข้าสู่เว็บไซต์ของเรา)

ฌ. การแก้ไข

เราอาจแก้ไขนโยบายนี้เป็นครั้งคราวโดยการเผยแพร่ฉบับใหม่บนเว็บไซต์ของเรา คุณควรตรวจสอบหน้านี้เป็นครั้งคราวเพื่อให้แน่ใจว่าคุณเข้าใจการเปลี่ยนแปลงของนโยบายนี้ เราอาจแจ้งให้คุณทราบถึงการเปลี่ยนแปลงนโยบายนี้ทางอีเมลหรือผ่านระบบส่งข้อความส่วนตัวบนเว็บไซต์ของเรา

ญ. สิทธิ์ของคุณ

คุณอาจสั่งให้เราให้ข้อมูลส่วนบุคคลที่เรามีเกี่ยวกับคุณ ข้อกำหนดของข้อมูลดังกล่าวจะเป็นไปตาม:

  1. ค่าธรรมเนียม {กรอกค่าธรรมเนียมหากเกี่ยวข้อง}; และ
  2. การแสดงหลักฐานที่เหมาะสมเกี่ยวกับตัวตนของคุณ ({ปรับข้อความเพื่อสะท้อนนโยบายของคุณ สำหรับจุดประสงค์นี้ปกติแล้วเรายอมรับสำเนาหนังสือเดินทางของคุณที่ได้รับการรับรองโดยทนายความพร้อมสำเนาต้นฉบับของใบเสร็จค่าสาธารณูปโภคที่แสดงที่อยู่ปัจจุบันของคุณ})

เราอาจระงับข้อมูลส่วนบุคคลที่คุณร้องขอตามขอบเขตที่กฎหมายอนุญาต

คุณสามารถสั่งเราได้ตลอดเวลาไม่ให้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของคุณเพื่อวัตถุประสงค์ทางการตลาด

ในทางปฏิบัติ โดยทั่วไปแล้วคุณจะเห็นด้วยอย่างชัดเจนล่วงหน้าเกี่ยวกับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของเราเพื่อวัตถุประสงค์ทางการตลาดหรือเราจะให้โอกาสคุณในการเลือกไม่ให้ใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของคุณเพื่อวัตถุประสงค์ทางการตลาด

ฎ. เว็บไซต์บุคคลที่สาม

เว็บไซต์ของเรามีไฮเปอร์ลิงก์ไปยังเว็บไซต์และรายละเอียดของเว็บไซต์บุคคลที่สาม เราไม่สามารถควบคุมและไม่รับผิดชอบต่อนโยบายความเป็นส่วนตัวและการปฏิบัติของบุคคลที่สาม

ฏ. การแก้ไขข้อมูล

โปรดแจ้งให้เราทราบหากข้อมูลส่วนบุคคลที่เราเก็บไว้เกี่ยวกับคุณจำเป็นต้องได้รับการแก้ไขหรือปรับปรุง

ฐ. คุกกี้

เว็บไซต์ของเราใช้คุกกี้ คุกกี้คือไฟล์ที่มีตัวระบุตัวตน (เป็นข้อความที่ประกอบด้วยตัวอักษรและตัวเลข) ที่เว็บเซิร์ฟเวอร์ส่งไปยังเว็บเบราว์เซอร์และถูกเก็บไว้โดยเบราว์เซอร์ จากนั้นตัวระบุนี้จะถูกส่งกลับไปยังเซิร์ฟเวอร์ทุกครั้งที่เบราว์เซอร์ร้องขอหน้าเว็บจากเซิร์ฟเวอร์
คุกกี้อาจเป็นคุกกี้ “ถาวร” (persistent cookies) หรือคุกกี้ “ชั่วคราว” (session cookies) โดยคุกกี้ถาวรจะถูกเก็บไว้บนเว็บเบราว์เซอร์และจะยังคงใช้งานได้จนกว่าจะถึงวันหมดอายุที่กำหนด เว้นแต่ผู้ใช้จะลบก่อนวันหมดอายุ ส่วนคุกกี้ชั่วคราวจะหมดอายุเมื่อสิ้นสุดรอบการใช้งานของผู้ใช้ ซึ่งก็คือเมื่อผู้ใช้ปิดเบราว์เซอร์ลง โดยทั่วไปแล้วคุกกี้จะไม่มีข้อมูลใด ๆ ที่ระบุตัวตนของผู้ใช้ แต่ข้อมูลส่วนบุคคลที่เราจัดเก็บเกี่ยวกับคุณอาจเชื่อมโยงกับข้อมูลที่เก็บไว้ในและได้รับจากคุกกี้ {เลือกวลีที่ถูกต้อง เราใช้เฉพาะคุกกี้ชั่วคราว / คุกกี้ถาวรเท่านั้น / ทั้งคุกกี้ชั่วคราวและคุกกี้ถาวรบนเว็บไซต์ของเรา}

  1. ชื่อของคุกกี้ที่เราใช้บนเว็บไซต์ของเราและวัตถุประสงค์ที่ใช้นั้นระบุไว้ด้านล่าง:
    1. เราใช้ Google Analytics และ Adwords บนเว็บไซต์ของเราเพื่อจดจำคอมพิวเตอร์เมื่อผู้ใช้งาน {ใส่การใช้งานทั้งหมดที่มีการใช้งานคุกกี้บนเว็บไซต์ของคุณ เข้าชมเว็บไซต์ / ติดตามผู้ใช้ในขณะที่พวกเขาดูเว็บไซต์ / เปิดใช้ตะกร้าสินค้าบนเว็บไซต์ / ปรับปรุงการใช้งานของเว็บไซต์ / วิเคราะห์การใช้เว็บไซต์ / ดูแลเว็บไซต์ / ป้องกันการฉ้อโกงและปรับปรุงความปลอดภัยของเว็บไซต์ / ปรับแต่งเว็บไซต์ให้เหมาะสำหรับผู้ใช้แต่ละราย / โฆษณาแบบกำหนดกลุ่มเป้าหมายซึ่งอาจเป็นประโยชน์ต่อผู้ใช้งานบางคนโดยเฉพาะ / อธิบายวัตถุประสงค์}
  2. เบราว์เซอร์ส่วนใหญ่อนุญาตให้คุณปฏิเสธที่จะยอมรับคุกกี้ – ตัวอย่างเช่น
    1. สำหรับ Internet Explorer (รุ่น 10) คุณสามารถปิดกั้นคุกกี้โดยใช้การตั้งค่าแทนที่การจัดการคุกกี้โดยคลิกที่ “เครื่องมือ” “ตัวเลือกอินเทอร์เน็ต” “ความเป็นส่วนตัว” และจากนั้น “ขั้นสูง”
    2. สำหรับ Firefox (เวอร์ชั่น 24) คุณสามารถปิดกั้นคุกกี้ทั้งหมดโดยคลิก “เครื่องมือ” “ ตัวเลือก” “ ความเป็นส่วนตัว” เลือก “ใช้การตั้งค่าที่กำหนดเองสำหรับประวัติ” จากเมนูแบบเลื่อนลงและยกเลิกการเลือก “ยอมรับคุกกี้จากเว็บไซต์” และ
    3. สำหรับ Chrome (รุ่น 29) คุณสามารถปิดกั้นคุกกี้ทั้งหมดได้โดยเข้าไปที่เมนู “ปรับแต่งและควบคุม” และคลิก “การตั้งค่า” “แสดงการตั้งค่าขั้นสูง” และ “การตั้งค่าเนื้อหา” จากนั้นเลือก “ปิดกั้นเว็บไซต์จากการตั้งค่าข้อมูลใด ๆ ” ภายใต้หัวข้อ “คุกกี้”

การปิดกั้นคุกกี้ทั้งหมดจะมีผลเสียต่อการใช้งานของเว็บไซต์หลายเว็บ หากคุณปิดกั้นคุกกี้ คุณจะไม่สามารถใช้คุณสมบัติทั้งหมดบนเว็บไซต์ของเรา

  1. คุณสามารถลบคุกกี้ที่เก็บไว้ในคอมพิวเตอร์ของคุณอยู่แล้วได้ ตัวอย่างเช่น
    1. สำหรับ Internet Explorer (รุ่น 10) คุณต้องลบไฟล์คุกกี้ด้วยตนเอง (คุณสามารถค้นหาวิธีการทำได้ได้ที่ http://support.microsoft.com/kb/278835);
    2. สำหรับ Firefox (รุ่น 24) คุณสามารถลบคุกกี้ได้โดยคลิก “เครื่องมือ” “ ตัวเลือก” และ “ความเป็นส่วนตัว” จากนั้นเลือก “ใช้การตั้งค่าที่กำหนดเองสำหรับประวัติ” คลิก“ แสดงคุกกี้” จากนั้นคลิก“ ลบคุกกี้ทั้งหมด” และ
    3. สำหรับ Chrome (รุ่น 29) คุณสามารถลบคุกกี้ทั้งหมดโดยเข้าไปที่เมนู “ปรับแต่งและควบคุม” และคลิก “การตั้งค่า” “แสดงการตั้งค่าขั้นสูง” และ “ล้างข้อมูลการเข้าเว็บ” จากนั้นเลือก “ลบคุกกี้และเว็บไซต์อื่น ๆ และข้อมูลแบบปลั๊กอิน” ก่อนที่จะคลิก “ล้างข้อมูลการเข้าเว็บ”
  2. การลบคุกกี้จะส่งผลเสียต่อการใช้งานเว็บไซต์หลายเว็บ

Website Planet ไม่มีส่วนรับผิดชอบและแนะนำให้คุณปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายหากคุณใช้งานเทมเพลตด้านบนสำหรับเว็บไซต์ของคุณ

 

GDPR คืออะไร

The General Data Protection Regulation (GDPR) เป็นชุดของกฎหมายที่สร้างขึ้นเพื่อปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลของพลเมืองสหภาพยุโรป (EU) สภาสหภาพยุโรป รัฐสภายุโรปและคณะกรรมาธิการยุโรปร่วมมือเพื่อช่วยให้ผู้คนสามารถควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลได้ดีมากขึ้น

ได้รับการอนุมัติอย่างเป็นทางการจากรัฐสภายุโรปในปี 2016 สหภาพยุโรปอนุญาตให้ บริษัทและองค์กรสามารถละเว้นปฏิบัติตามข้อกำหนดใหม่ได้สองปี ดังนั้นตั้งแต่วันที่ 25 พฤษภาคม 2018 ธุรกิจที่ไม่เป็นไปตามกฎหมายใหม่ของ GDPR จะถือว่าผิดกฏหมาย

ใครได้รับผลกระทบจาก GDPR

ธุรกิจที่ดำเนินงานภายในสหภาพยุโรปและ บริษัทที่ทำธุรกิจหรือหวังจะทำธุรกิจกับพลเมืองของสหภาพยุโรปจะต้องปฏิบัติตามกฎหมายใหม่ แม้ว่าบริษัทที่อยู่นอกสหภาพยุโรปจะได้รับผลกระทบหากมีการนำเสนอสินค้าหรือบริการแก่พลเมืองของสหภาพยุโรปและทุกคนที่เก็บข้อมูลส่วนบุคคลของพลเมืองของสหภาพยุโรปจะถูกลงโทษหลังจากวันที่ 25 พฤษภาคม 2018

ข้อมูลประเภทใดที่อยู่ภายใต้การควบคุม GDPR

ข้อมูลใดๆ ที่จัดเป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่สามารถใช้เพื่อระบุพลเมืองของสหภาพยุโรปได้รับความคุ้มครองโดย GDPR และรวมถึงข้อมูลดังต่อไปนี้:

  • ชื่อ
  • รูปภาพ
  • อีเมล์
  • โพสต์บนเครือข่ายสังคม
  • ข้อมูลส่วนบุคคล
  • IP addresses
  • รายละเอียดธนาคาร

ผู้เยาว์ไม่อนุญาตให้ใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของตนอย่างถูกกฎหมาย ดังนั้นพ่อแม่หรือผู้ปกครองเด็กอายุ 16 ปีขึ้นไปต้องให้การอนุญาตก่อนที่บริษัทจะสามารถใช้ข้อมูลของผู้เยาว์ได้

ทำไมบริษัทควรปฏิบัติตาม GDPR

ธุรกิจใด ๆ ที่ไม่ปฏิบัติตาม  GDPR ภายในวันที่ 25 พฤษภาคมจะต้องได้รับการปรับค่าปรับโดยสหภาพยุโรปสูงสุดถึง 4% หรือ 20 ล้านยูโรของรายได้ทั่วโลกแล้วแต่จำนวนใดจะสูงที่สุด และมีบทลงโทษเพิ่มเติมหากมีการฝ่าฝืน

สิ่งที่สำคัญกว่านั้นคือบริษัทที่ไม่ปฏิบัติตามกฎหมายใหม่นี้จะสูญเสียความน่าเชื่อถือในตลาดอย่างมาก  กล่าวอีกนัยหนึ่งการปฏิบัติตามกฎหมายของ GDPR ช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าของบริษัทและผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ของบริษัท เมื่อคนรู้สึกปลอดภัยพวกเขาก็เต็มใจที่จะทำธุรกิจกับองค์กร การปฏิบัติตาม GDPR ไม่ใช่แค่กฎหมายเท่านั้นแต่เป็นธุรกิจที่ดี

จะเกิดอะไรขึ้นหากมีการละเมิดข้อมูล

หากมีการละเมิดข้อมูลซึ่งเมื่อบุคคลภายนอกเข้าใช้ข้อมูลของบุคคลโดยไม่ได้รับอนุญาต GDPR กำหนดให้ บริษัทต้องแจ้งหน่วยงานคุ้มครองข้อมูลที่เหมาะสมภายใน 72 ชั่วโมง บริษัทจะต้องแจ้งบุคคลที่ได้รับผลกระทบโดยเร็วที่สุด สิ่งสำคัญคือต้องทราบว่าเป้าหมายหลักของ GDPR คือการปกป้องข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้

นโยบายความเป็นส่วนตัวใหม่จะมีลักษณะอย่างไร

ตอนนี้คุณเข้าใจเหตุผลของกฎหมายและพื้นฐานบางส่วนของกฎหมายแล้ว ต่อไปนี้คือหลักเกณฑ์บางส่วนในการเขียนนโยบายส่วนบุคคลของคุณในรูปแบบที่สอดคล้องกับ GDPR:

  1. ตรวจสอบว่านโยบายสั้นและกระชับ นโยบายความเป็นส่วนตัวต้องมีองค์ประกอบพื้นฐานสามอย่าง คือต้องมีความกระชับและเข้าถึงได้ง่าย ต้องเขียนด้วยภาษาธรรมดาที่เด็กจะเข้าใจได้ และจะต้องไม่มีค่าใช้จ่าย
  2. อธิบายการใช้ข้อมูลของคุณ อธิบายสิ่งที่คุณจะทำอย่างไรกับข้อมูลเมื่อคุณรวบรวมข้อมูล ตัวอย่างเช่นระบุว่าคุณจะใช้เพื่อวัตถุประสงค์ด้านการตลาดหรือขายให้กับบุคคลที่สาม
  3. อธิบายการใช้คุกกี้ของคุณ หากคุณใช้คุกกี้สำหรับการโฆษณาพฤติกรรมออนไลน์ซึ่งติดตามความสนใจของผู้เข้าชมและพฤติกรรมออนไลน์คุณจะต้องแจ้งให้ผู้เข้าชมเว็บไซต์ทราบ
  4. การแชร์ข้อมูลกับบุคคลที่สามจะต้องโปร่งใส ระบุอย่างชัดเจนว่าคุณจะแบ่งปันข้อมูลที่คุณรวบรวมและเพื่อวัตถุประสงค์อะไรบ้าง แม้ว่าในกฎหมายจะกล่าวถึงการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับผู้สอบบัญชีเครือข่ายสังคมและผู้ให้บริการลูกค้าและอื่นๆ การไม่แจ้งผู้เข้าชมเว็บไซต์ของคุณเป็นเรื่องผิดกฎหมาย
  5. อธิบายถึงสิทธิของแต่ละบุคคล คุณต้องอธิบายถึงสิทธิส่วนบุคคลที่ผู้เข้าชมของคุณมี สิทธิของพวกเขารวมถึงสิ่งต่อไปนี้:
  • พวกเขาสามารถขอให้ลบข้อมูลหรือแก้ไขได้
  • พวกเขาสามารถเข้าถึงข้อมูลที่บริษัทมีเกี่ยวกับพวกเขาได้
  • พวกเขาสามารถขอให้ถ่ายโอนข้อมูลไปยังอีกฝ่ายหนึ่งได้
  • พวกเขาต้องให้ความยินยอมในการใช้ข้อมูลของตน
279 ปรบมือ
ปรบมือให้กับโพสต์ที่คุณคิดว่ามีประโยชน์!

โพสต์ที่เกี่ยวข้อง

มีความคิดเห็นอย่างไร

0 จากขั้นต่ำ 100 ตัวอักษร
จำเป็นต้องกรอก Maximal length of comment is equal 80000 chars ความยาวน้อยที่สุดของความคิดเห็นเท่ากับ 100 ตัวอักษร

เราตรวจสอบความคิดเห็นของผู้ใช้ทั้งหมดภายใน 48 ชั่วโมงเพื่อให้แน่ใจว่ามาจากผู้ใช้จริงเช่นคุณ เราดีใจที่คุณพบว่าบทความนี้มีประโยชน์ - เราจะขอบคุณถ้าคุณแบ่งปันให้คนอื่นรู้เกี่ยวกับมัน

แบ่งปันโพสต์บล็อกนี้กับเพื่อนและเพื่อนร่วมงานในตอนนี้:

เรามั่นใจว่ามันจะเป็นประโยชน์ต่อผู้ใช้งานคนอื่น ๆ ทีมของเราจะตรวจสอบความคิดเห็นและอนุมัติภายใน 48 ชั่วโมงหากพบว่ามันเป็นความจริงและเหมาะสม

คุณจะได้รับเคล็ดลับและคำแนะนำที่น่าสนใจฬในเชิงลึกเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพเว็บไซต์ของคุณและบรรลุเป้าหมายการตลาดดิจิทัลของคุณ!

เราดีใจมากที่คุณ อบ

แบ่งปันให้กับเพื่อนของคุณ!