monday.com มี (เกือบ) ทุกอย่างที่คุณต้องการ
อินเทอร์เฟซของ monday.com จะผสมผสานพื้นที่ทำงาน ทีมงาน และบอร์ดเอาไว้ด้วยกัน เพื่อให้คุณสามารถเห็นภาพโครงการและการมอบหมายงานที่กำลังดำเนินอยู่ได้
บอร์ดนั้นจะประกอบไปด้วยกลุ่ม คอลัมน์ ไอเทม และไอเทมย่อย ไอเทมนั้นจะเป็นงานแต่ละงาน กลุ่มจะช่วยให้คุณแยกข้อมูลได้ และคอลัมน์จะจัดเก็บและแสดงข้อมูลจริง สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้นั้นสามารถปรับแต่งหลากหลาย
ด้วยการตั้งค่านี้ คุณจึงสามารถมอบหมายงาน ตั้งค่ากำหนดเวลาที่งานต้องเสร็จ สถานะ และงานส่วนต่อ นอกจากนี้ก็ยังสามารถแท็กเพื่อนร่วมทีมและแขกจากภายนอก ตั้งค่าการอนุญาต เพิ่มไฟล์ และส่งการแจ้งเตือนได้ด้วย
คุณยังสามารถโหลดแดชบอร์ดข้อมูลต่าง ๆ เพื่อช่วยให้คุณเข้าใจสถานะการทำงานของทีมโดยอ้างอิงจากตัวชี้วัดความสำเร็จ (KPI) ได้ด้วย
ดังนั้นโดยรวมแล้ว monday.com จึงไม่ขาดแคลนในเรื่องคุณสมบัติเลย ถัดไปมาเจาะลึกดูเรื่องต่าง ๆ กันดีกว่า
สร้างภาพรวมทุกโปรเจกต์ด้วยเทมเพลตกว่า 200 แบบ
monday.com นั้นมีเทมเพลตบอร์ดกว่า 200 แบบเพื่อช่วยให้คุณเริ่มต้น เทมเพลตเหล่านี้จะครอบคลุมหลายรูปแบบการทำงาน เช่น การติดตามพอร์ตโฟลิโอ การวางแผนแคมเปญ งานในทีม หรือการออนบอร์ดลูกค้า เป็นต้น
เทมเพลตนั้นเป็นวิธีการที่ดีสำหรับการจะปลดล็อกคุณสมบัติทั้งหมดของ monday.com
คุณสามารถสร้างบอร์ดเองตั้งแต่ต้นได้ แต่การใช้เทมเพลตจะช่วยให้คุณเข้าใจหลาย ๆ วิธีในการใช้ monday.com – แถมมันยังช่วยประหยัดเวลาได้มากอีกด้วย เทมเพลตนั้นปรับแต่งได้อย่างเต็มรูปแบบ ดังนั้นคุณจะสามารถปรับแต่งสิ่งต่าง ๆ ให้ตรงกับความต้องการของคุณได้
นอกจากนี้ ฟีเจอร์ Magic AI ของ monday.com ช่วยสร้างเทมเพลตให้คุณ ได้จากคำสั่งง่าย ๆ ซึ่งน่าสนใจมากถ้าคุณไม่มีเวลาในการปรับแก้เทมเพลตจากตัวเลือกที่มี
รูปแบบการดูภาพรวมโปรเจ็คที่มากกว่าคู่แข่ง
หลังจากที่คุณเริ่มต้นเพิ่มข้อมูลของตัวเองและปรับแต่งแดชบอร์ดของคุณแล้ว คุณก็จะได้เริ่มใช้งานหนึ่งในคุณสมบัติที่มีความโดดเด่นของ monday.com “มุมมอง” เป็นเครื่องมือวิชวลไลเซชันโครงการที่จะช่วยให้คุณเข้าใจข้อมูลของคุณในรูปแบบต่าง ๆ
มีรูปแบบของมุมมองต่าง ๆ ให้คุณเลือกใช้งาน ในฐานะเจ้าของบัญชี คุณจะสามารถตั้งค่ามุมมองเริ่มต้นได้ แต่ผู้ใช้งานคนอื่น ๆ ก็สามารถเปลี่ยนไปใช้มุมมองที่พวกเขาต้องการได้เช่นกัน – ทำให้นี่เป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับผู้ใช้งานทุกคน
monday.com มีตัวเลือกการดูภาพรวมโปรเจ็คที่หลากหลายถึง 16 ตัวเลือก รวมถึง:
มุมมองไฟล์ : แสดงไฟล์ทั้งหมดของคุณในที่เดียว
มุมมองแผนที่ : ทำให้คุณเห็นคอลัมน์ตำแหน่งและประเทศทั้งหมดบนแผนที่
มุมมองไทม์ไลน์ : แสดงภาพของวันและไทม์ไลน์ของโครงการที่กำลังดำเนินอยู่
มุมมองแกนต์ : เปลี่ยนข้อมูลของคุณเป็นแผนภูมิแกนต์ แสดงไมล์สโตนและงานส่วนต่อ
มุมมองแผนภูมิ : ทำให้คุณสามารถสร้างรายงานสำหรับแต่ละบอร์ดด้วยการใช้แผนภูมิวงกลม แท่ง และเส้นได้
มุมมองปฏิทิน : แสดงให้คุณเห็นว่างานถูกแจกแจงไว้อย่างไรตลอดช่วงสัปดาห์ เดือน หรือปี
มุมมองคัมบัง : ทำให้คุณสามารถดูข้อมูลของบอร์ดในรูปแบบคัมบังบอร์ดได้
มุมมองฟอร์ม : ทำให้คุณสามารถเปลี่ยนบอร์ดของคุณไปเป็นแบบฟอร์ม และส่งมันให้กับผู้ติดต่อของคุณ จากนั้นก็เปลี่ยนข้อมูลที่ได้รับไปเป็นไอเทมใหม่ได้
มุมมองภาระงาน : ทำให้คุณเห็นภาพรวมในการแบ่งงานสำหรับทีมของคุณ
มุมมองกระบวนการขาย : จัดดีลของคุณให้เป็นขั้น เพื่อที่คุณจะสามารถดูความคืบหน้าได้อย่างรวดเร็ว
มุมมอง Velocity : ติดตามงานที่ทำแล้วเสร็จในช่วงการ sprint
ไม่ว่าคุณจะชอบดูข้อมูลแบบใด monday.com ก็ให้คุณเลือกได้ตามใจ
อย่างไรก็ตาม ข้อเสียหลัก ๆ เลยก็คือ ไม่ใช่ทุกมุมมองจะเปิดให้ใช้งานได้ในทุกแผน ตัวเลือกที่มีประโยชน์ที่สุดอย่างมุมมองไทม์ไลน์ แกนต์ และปฏิทิน จะเปิดให้ใช้งานได้สำหรับแผนระดับมาตรฐานขึ้นไป
ประหยัดเวลาและเพิ่มประสิทธิภาพด้วยระบบอัตโนมัติ
การตั้งค่าอัตโนมัติของ monday.com สามารถช่วยให้คุณประหยัดเวลาจากการทำงานที่เป็นกิจวัตร – และลดข้อผิดพลาดจากมนุษย์ได้ การตั้งค่าอัตโนมัติจะใช้ชุดคำสั่ง “if this, then that” (IFTTT) ยกตัวอย่างเช่น “ถ้า” งานถูกระบุว่าเสร็จแล้ว “ถัดไป” มันก็ควรจะถูกเก็บเข้าคลังข้อมูล
คุณสามารถใช้การตั้งค่าอัตโนมัติได้หลากหลาย ตัวอย่างเช่น การส่งแจ้งเตือน การสร้างงาน การมอบหมายเจ้าของ และการอัปเดตสถานะ
ไม่ต้องกลัว: การตั้งค่าอัตโนมัติเหล่านี้มีความตรงไปตรงมาเป็นอย่างมาก ตัวเลือกการตั้งค่าอัตโนมัติหลายตัวนั้นจะมาพร้อมกับตัวทริกเกอร์และการกระทำทั่วไปที่บิ้วท์อินเอาไว้แล้ว คุณยังสามารถกรองการตั้งค่าอัตโนมัติตามชนิดเพื่อค้นหาสิ่
ที่คุณต้องการได้ด้วย และก็แน่นอน คุณยังสามารถสร้างมันเองจากศูนย์ได้ด้วย
ภายในไม่กี่คลิก เราก็สามารถทำการตั้งค่าอัตโนมัติได้มากมาย เพื่อให้มันจัดการกับงานที่เป็นกิจวัตรของเรา – อย่างเช่นการเก็บงานเข้าคลังข้อมูลในทันทีที่มันถูกระบุสถานะเป็น “เผยแพร่” แล้ว และก็ส่งอีเมลแจ้งเตือนให้ผู้ทำงานร่วมกัน หนึ่งวันก่อนที่งานจะถึงกำหนดส่ง
สร้างจุดรวมงานหลักด้วยการผสาน 200+ โปรแกรม
monday.com มอบความยืดหยุ่นในการทำงานให้มากขึ้นด้วยการผสานการทำงานกับโปรแกรมต่าง ๆ บริการมีเครื่องมือทั่วไปจำนวนมากสำหรับทีมงานทุกประเภท เช่น เครื่องมือติดตามเวลาทำงาน และการฝัง Google Calendar นอกจากนี้ยังมีตัวเลือกการจัดการทีมที่มอบความสนุกให้คุณได้ เช่น รูเล็ตงาน (Roulette) และเกมเรือรบ (Team Battleship) เพื่อทำให้การทำงาน มีความสนุกสนานขึ้น
นอกเหนือจากนี้บริการยังมีโปรแกรม เฉพาะเจาะจงสำหรับทีมและอุตสาหกรรมต่าง ๆ ด้วย เช่น:
ทีมการตลาด: Meta Ads, Mailchimp และ Semrush
ทีมขาย: CarbonCRM, FreshDesk และ Anchor
ทีมพัฒนาซอฟต์แวร์: Azure DevOps, GitHub และ BitBucket
ทีมการเงิน: Microsoft Power BI, QuickBooks, Xero
การใช้งานร่วมกับบริการอื่นนั้นสามารถเพิ่มไปยังการตั้งค่าอัตโนมัติได้ด้วย ตัวอย่างเช่น การใช้งานร่วมกับ Outlook และ Gmail คุณสามารถแปลงอีเมลไปเป็นไอเทมที่ต้องดำเนินการโดยอัตโนมัติได้ด้วย หรือคุณสามารถเปลี่ยนอัปเดตให้กลายเป็นข้อความบน Slack เพื่อแจ้งให้ทุกคนในลูปทราบก็ได้
การใช้งานร่วมกับบริการอื่นจะเปลี่ยนให้บอร์ด monday.com ของคุณกลายเป็นเครื่องมือช่วยประหยัดเวลา
ด้วย marketplace ที่มีความครอบคลุมของ monday.com คุณจะสามารถเพิ่มความสามารถจากซอฟต์แวร์ยอดนิยมอื่น ๆ อย่าง QuickBooks, GitHub, HubSpot และ DocuSign ได้ นี่ทำให้การรวมทุกอย่างเอาไว้ในแพลตฟอร์มเดียวกลายเป็นเรื่องง่าย
แต่โปรดทราบว่าการตั้งค่าอัตโนมัติ และการใช้งานร่วมกับบริการอื่น เป็นคุณสมบัติพรีเมียมบน monday.com
เชื่อมต่อเครื่องมือ AI ของคุณเข้ากับโปรเจ็ค
หากคุณไม่ต้องการใช้ AI ที่มีให้ในระบบ แอป MCP ของ monday.com ช่วยให้คุณสามารถเชื่อมต่อกับเครื่องมือ AI ที่คุณต้องการกับโปรเจคของคุณได้ เมื่อคุณติดตั้งแอปแล้ว คุณสามารถสั่ง AI ให้จัดการงาน สร้างการอัพเดต สรุปบอร์ด และอื่น ๆ ได้ตามต้องการ
แต่ข้อเสียหลัก ๆ คือคุณจะต้องทำการตั้งค่าเยอะมาก เมื่อเทียบกับการใช้โปรแกรมบุคลที่สามแบบอื่น ๆ สำหรับฟรีแลนซ์หรือทีมเล็ก ๆ การประหยัดเวลาด้วยเครื่องมือ AI อาจจะไม่คุ้มกับการต้องเสียเวลาปรับแต่งสักเท่าไหร่ แต่ทีมใหญ่ที่มีทีมไอทีอยู่แล้วจะสามารถใช้ประโยชน์จากฟีเจอร์เสริมนี้ได้อย่างเต็มที่